วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552

ทำไมต้องมียางลบบนหัวดินสอ ?




บางครั้งเราก็มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไปเพียงเพราะใช้เวลาสั้นๆ ในการตัดสินสิ่งนั้นว่า " ไร้สาระ"


หลายวันก่อน เพื่อนคนหนึ่งถามฉันว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ ? "


ฉันไม่ได้สนใจและใส่ใจกับคำถามนั้นสักเท่าไหร่เพียงแค่รู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไม่มีสาระอะไรเสียเลยแต่ก็อดไม่ได้ที่จะตอบเล่นๆ ไปว่า "ก็คงมีเพื่อความสะดวกมั้งหรือไม่ก็ช่วยให้คนขี้ลืมที่ชอบวางยางลบไม่เป็นที่เป็นทางได้มียางลบใช้มั้ง"


เพื่อนของฉันก็อมยิ้ม ก่อนที่จะตอบผม สั้นๆ ว่า "ไม่ใช่"


"อ้าว. . .งั้นเพราะอะไรล่ะ" ฉันอดที่จะถามไม่ได้


" คนเราสามารถทำผิดกันได้ "


". . . . . . . . . . . . . . . . . . " ฉันนิ่งไปครู่หนึ่งหลังจากที่ได้ยินคำตอบและปล่อยให้เจ้าของคำถามเดินจากไปโดยที่ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่าคำตอบสั้นๆ ของเขาเท่านั้น


คำถามของเพื่อนที่ฉันเคยมองว่ามันไร้สาระกลับทำให้ผม ได้เก็บมาคิดแทบทุกขณะที่สมองว่าง


เย็นวันนั้น ฉันจึงหยิบโทรศัพท์เขียนข้อความส่งถึงเพื่อนๆ ด้วยประโยคที่ซ้ำกัน. . .


" ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ..........................


เพราะคนเรามีสิทธิ์ทำผิดกันได้.......


แต่จงจำไว้ว่า. . .เราไม่ควรใช้ยางลบให้หมดก่อนดินสอเพราะนั่นอาจหมายความว่า เรากำลังทำผิดซ้ำๆ จนความผิดนั้นอาจสายเกินแก้"ฉันเองยังไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่คิดต่อจากเพื่อนนั้นมันจะถูกต้องหรือไม่และเพื่อนๆ ที่ได้รับข้อความจากผมจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการจะบอกหรือเปล่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ. . .นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการมากสักเท่าไหร่แต่สิ่งที่ฉันอยากได้รับ คือ เพื่อนของฉันจะคิดต่อจากความคิดของฉันอย่างไรและลึกๆ ฉันก็แค่หวังว่า เพื่อนของฉันคงจะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาดและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตและยอมรับการกระทำของตัวเอง. . .เพียงแค่นั้น ฉันก็หมดห่วงและเพื่อน ๆ ที่ได้อ่านแล้วคิดอย่างไรกันบ้างค่ะ ว่า “ ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ ”








ข้อคิดจากถัง 2 ใบ


ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธารถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิและสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง...แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกลจากลำธารกลับสู่บ้าน....จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง....ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ...ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเองมันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมาหลังจากเวลา 2 ปี… ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่นวันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า 'ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน'คนตักน้ำตอบว่า 'เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า...แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่งเพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่....ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ...เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้นเป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าวถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว..เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง...แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้นอาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้....สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น..และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง




วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การโคลนิ่ง


การโคลน หมายถึงการสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้อาศัยการปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ คือสเปิร์ม กับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย คือไข่ ซึ่งเป็นการสืบพันธุ์ตามปกติ แต่ใช้เซลล์ร่างกาย (Somatic cell) ในการสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาใหม่

อันที่จริงเทคโนโลยีการโคลน เป็นเทคโนโลยีที่พบเห็นในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลายมาหลายสิบปีมาแล้ว โดยเฉพาะกับพืช เช่น การขยายพันธุ์กล้วยไม้ ซึ่งเป็นการาขยายพันธุ์ที่ประสบผลสำเร็จอย่างสูง การโคลนพืช จะใช้เซลล์อวัยวะ เนื้อเยื่อ หรือแม้แต่โพรโตพลาสต์ของพืช มาเลี้ยงในสารอาหาร และในสภาวะที่เหมาะสม ส่วนต่าง ๆ ของพืชดังกล่าวสามารถจะเจริญเป็นพืชต้นใหม่ ที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์เดิมทุกประการ การตัดกิ่ง ใบ ราก ไปปักชำก็ จัดว่าเป็นโคลนในพืชที่เรียกว่า การเลี้ยงเนื้อเยื่อ ก็มีการศึกษาการโคลนในสัตว์บ้างเหมือนกัน เช่น J.B Gurdon จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ในประเทศอังกฤษ ได้ทำ
การโคลนกบ ซึ่งนับว่าเป็นการโคลนสัตว์มีกระดูกสันหลังเป็นครั้งแรก J.B Gurdon ได้นำนิวเคลียสของเซลล์ ที่ได้จากลำไส้เล็กของลูกอ๊อดกบ (เป็น Somatic cell) มีโครโมโซม 2 n ไปใส่ในเซลล์ไข่ของกบอีกตัวหนึ่งที่ทำลายนิวเคลียสแล้ว พบว่าไข่กบนี้ สามารถเจริญเติบโตเป็นกบตัวใหม่ ที่มีลักษณะเหมือนกบ ที่เป็นเจ้าของนิวเคลียสที่นำมาใช้
ในกรณี
การโคลนแกะดอลลี ของนายเอียน วิลมุต ใช้เทคโนโลยีวิธีเดียวกันกับการโคลนกบ โดยนำนิวเคลียสของเซลล์เต้านมแกะที่เป็นต้นแบบมาใส่ในไข่ของแกะอีกตัวหนึ่ง แล้วนำเซลล์ไข่ที่ทำการโคลนแล้วไปถ่ายฝากตัวอ่อนในท้องแม่แกะอีกตัวหนึ่ง


การโคลนอีกวิธีหนึ่งเป็นการเลียนแบบการเกิดฝาแฝดแท้ในระยะแรก ๆ ทำการทดลองกับ Sea urchin เมื่อไซโกตของ Sea urchin แบ่งตัวออกเป็น 2 เซลล์ ก็แยกเซลล์ทั้งสองออกจากกัน นำแต่ละเซลล์ไปเพาะเลี้ยงพบว่า เซลล์แต่ละเซลล์ของ Sea urchin สามารถเจริญเป็นเอ็มบริโอและลาวาได้(ดังภาพ)
การโคลน Sea urchin นี้เป็นการโคลนในระดับเอ็มบริโอ ถือว่าเป็นการสร้างสิ่งมีชีวิตที่เป็นแฝดแท้ ในระยะต่อมา มีการทดลองในแกะเช่นกัน โดยจะทำการโคลนเมื่อไซโกตเริ่มแบ่งตัวเแทนเอ็มบริโอในระยะ 8 เซลล์ แล้วจะตัดเอาเซลล์เหล่านั้นออกจากกัน แยกไปฝากในมดลูกแม่แกะตัวอื่น ๆ เมื่อลูกแกะที่ได้จากการโคลนวิธีนี้คลอดออกมา ทุกตัวจะมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกัน
การโคลนนี้ถ้าไปใช้กับมนุษย์ มีมนุษย์ลักษณะเหมือนกันทุกประการหลาย ๆ คน จะเกิดอะไรขึ้น



(ที่มา http://blog.eduzones.com/boil/3051)

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ถ้าคุณอยากมีความสุข...

3 ชม. ให้ ดื่ม กิน อาหารอร่อย
3 วัน ใส่เสื้อตัวใหม่
3 สัปดาห์ ไปเที่ยว ทัศนาจร
3 เดือน มีกิ๊ก
3 ปี มีภรรยา/สามีใหม่
ตลอดชีวิต ปลูกต้นไม้

“เพราะต้นไม้...มีแต่ให้”


เราต้นไม้ให้กิ่งใบ แก่คนเขา
ให้ร่มเงาเยือกเย็น เป็นกุศล
ให้ดอกสวย รวยรื่น ชื่นกมล
ท่านเป็นคน ท่านให้ อะไรเรา

ถ้าคุณอยากมีความสุข...

3 ชม. ให้ ดื่ม กิน อาหารอร่อย
3 วัน ใส่เสื้อตัวใหม่
3 สัปดาห์ ไปเที่ยว ทัศนาจร
3 เดือน มีกิ๊ก
3 ปี มีภรรยา/สามีใหม่
ตลอดชีวิต ปลูกต้นไม้

“เพราะต้นไม้...มีแต่ให้”


เราต้นไม้ให้กิ่งใบ แก่คนเขา
ให้ร่มเงาเยือกเย็น เป็นกุศล
ให้ดอกสวย รวยรื่น ชื่นกมล
ท่านเป็นคน ท่านให้ อะไรเรา





ที่มา : ผู้ว่าฯ สยุมพร ลิ่มไทย

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

พระบรมราโชวาท

พระบรมราโชวาท

“ชาติบ้านเมืองประกอบด้วยนานาสถาบัน อันเปรียบได้กับอวัยวะทั้งปวงที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นชีวิตร่างกาย ชีวิตร่างกายดำรงอยู่ได้ เพราะอวัยวะใหญ่น้อยทำงานเป็นปกติพร้อมเพียงกันอย่างไร ชาติบ้านเมืองก็ดำรงอยู่ได้ เพราะสถาบันต่างๆตั้งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยพร้อมมูลอย่างนั้น”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครพลเรือน เมื่อ 8 มิถุนายน พ.ศ.2514)



“การดำเนินชีวิตโดยใช้วิชาการอย่างเดียวยังไม่พอ จะต้องอาศัยความรู้รอบตัวและหลักศีลธรรมประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ แต่ขาดความยั้งคิด นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ก็เท่ากับเป็นบุคคลที่เป็นภัยแก่สังคมมนุษย์”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 18 กันยายน พ.ศ.2504)



งานภาษาไทย

นมัสการมาตาปิตุคุณ


ข้าขอนบชนกคุณ ชนนีเป็นเค้ามูล
ผู้กอบนุกูลพูน ผดุงจวบเจริญวัย
ฟูมฟักทะนุถนอม บ บำราศนิราไกล
แสนยากเท่าไร ๆ บ คิดยากลำบากกาย
ตรากทนระคนทุกข์ ถนอมเลี้ยง ฤ รู้วาย
ปกป้องซึ่งอันตราย จนได้รอดเป็นกายา
เปรียบหนักชนกคุณ ชนนีคือภูผา
ใหญ่พื้นพสุนธรา ก็ บ เทียบ บ เทียมกัน
เหลือที่จะแทนทด จะสนองคุณานันต์
แท้บูชไนยอัน อุดมเลิศประเสริฐคุณ



ถอดความ
เป็นบทกล่าวแสดงความเคารพ กตัญญูต่อครูอาจารย์ที่คอยอบรมสั่งสอน ให้ความรักความเมตตาแก่ศิษย์ทุคน ซึ่งถือเป็นพระคุณเลิศ




นมัสการอาจริยคุณ



อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครูผู้การุณ
โอบเอื้อและเจือจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์
ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน
ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน
จิตมากด้วยเมตา และกรุณา บ เอียงเอน
เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม
ขจัดเขลาบรรเทาโม - หะจิตมือดที่งุนงม
กังขา ณ อารณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ
คุณส่วนนี้ควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร
ควรนึกและตรึงใน จิตน้อมนิยมชม





ถอดความ
เป็นบทกล่าวนอบน้อมพระคุณของบิดามารดา ผู้ที่ให้กำเนิด ให้คำสั่งสอน ให้การดูแลอย่างดี เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมด้วยความรัก ให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพ เปรียบพระคุณบิดามารดายิ่งใหญ่กว่าภูเขาหรือแผ่นดิน สุดที่จะทดแทนหมดได้



วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

ก่อนที่จะรัก

ก่อนที่จะรัก . . คุณพร้อมที่จะอกหักหรือยัง
ก่อนที่จะรัก . . คุณพร้อมที่จะเลิกเจ้าชู้ได้หรือยัง
ก่อนที่จะรัก . . คุณรัก หรือ คุณหลง ถามตัวเองก่อน

เมื่อได้รัก . . คุณปฏิบัติตัวเหมือนก่อนที่จะรักหรือเปล่า
เมื่อได้รัก . . คุณอย่าเอา รัก ไปรวมกับเซ็กซ์ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
เมื่อได้รัก . . คุณรัก หรือ คุณผูกพัน กันแน่
(เพราะบางคน หมดรัก แล้วแต่ไม่เลิก เพราะความผูกพันนั่นแหละ)

เมื่อไร้รัก . . คุณจะกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมได้หรือเปล่า
เมื่อไร้รัก . . คุณจะทนจากความเจ็บปวดนั้นได้นานแค่ไหน
เมื่อไร้รัก . . คุณพร้อมที่จะเปิดหัวใจให้คนอื่นอีกหรือเปล่า
เมื่อไร้รัก . . ทุก ๆ อย่างก็ดูว่างเปล่า . . ซะเหลือเกิน . .เฮ้อ . .


ก่อนที่คุณจะรัก, เมื่อคุณได้รักและยามเมื่อคุณไร้รักแล้ว . .
ก็อย่าลืมถามตัวเอง . . ให้ดีก่อนนะจ๊ะ. .
ไม่งั้นแล้วคุณจะเสียใจภายหลัง
โดยที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ . . .



ทีมา:http://my.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=194067&chapter=23